นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทยจำกัด

 บริษัท อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์ (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ของท่านอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นส่วนตัวของบุคคลโดยเจ้าของข้อมูลย่อมมีความประสงค์ที่จะให้ข้อมูลของตนได้รับการดูแลให้มีความมั่นคงปลอดภัยเพื่อให้ท่านเกิดความมั่นใจในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) ฉบับนี้ขึ้นเพื่อแจ้งรายละเอียดในการเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลของท่านดังปรากฏรายละเอียดในนโยบายฉบับนี้

  • นโยบายฉบับนี้ ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลของ

    (1)ลูกค้าบุคคลธรรมดาของบริษัททั้งที่เป็นลูกค้าเป้าหมาย(ผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต)ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าในอดีต 

    (2)พนักงาน บุคลากร เจ้าหน้าที่ ผู้แทนผู้ถือหุ้น บุคคลผู้มีอำนาจ กรรมการ ผู้ติดต่อ ตัวแทน และบุคคลธรรมดาอื่น ๆที่เกี่ยวข้องกับลูกค้านิติบุคคลของบริษัท ทั้งที่เป็นลูกค้าเป้าหมาย(ผู้ที่อาจเป็นลูกค้าในอนาคต)ลูกค้าปัจจุบัน และลูกค้าในอดีต และ

    (3)บุคคลธรรมดาที่มิใช่ลูกค้าของบริษัทซึ่งมีการทำธุรกรรมหรือกิจกรรมหรือมีความสัมพันธ์กับบริษัทเช่น ผู้ให้บริการภายนอก คู่ค้า คู่สัญญากับบริษัท หรือผู้ถือหุ้นของบริษัท เป็นต้น(ต่อไปนี้หากไม่เรียก(1)ถึง(3)โดยเฉพาะเจาะจง จะเรียกบุคคลตาม(1)ถึง(3)ดังกล่าวรวมกันว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล”)

     

    บริษัท ให้ความสำคัญและเน้นย้ำถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยตระหนักว่าการประมวลผลข้อมูลในบริษัทจะต้องกระทำภายใต้หลักการ ดังนี้

    > หลักความชอบด้วยกฎหมาย ความเป็นธรรม และความโปร่งใส(Lawfulness, fairness and transparency):บริษัทจะประมวลผลข้อมูลเฉพาะตามที่บริษัทมีฐานที่ชอบด้วยกฎหมายรองรับและ บริษัทจะกำหนดวิธีการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอย่างชัดเจน

    หลักความจำกัดของขอบวัตถุประสงค์(Purpose Limitation):บริษัทจะประมวลผลข้อมูลเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ได้กำหนดและแจ้งไว้ในขณะที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้นเว้นแต่จะเป็นการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวเนื่องกันหรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ชัดเจน

    หลักการใช้ข้อมูลที่น้อยที่สุด(Data Minimization):บริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นเท่านั้นเพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูล

    หลักความถูกต้องของข้อมูล(Accuracy):บริษัทจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บนั้นมีความถูกต้องสมบูรณ์และเป็นปัจจุบันโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการประมวลผล

    หลักความจำกัดของการเก็บรักษา(Storage Limitation):บริษัท จะทำการเก็บรักษาข้อมูลไว้เท่าที่จำเป็นต้องใช้เว้นแต่กรณีที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บไว้เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของการเก็บรักษาเอกสารหรือตามกฎระเบียบของรัฐ

    หลักความถูกต้องแท้จริงและการรักษาความลับ(Integrity and Confidentiality):บริษัทจะจัดให้มีมาตรการทางเทคนิคและทางบริหารจัดการที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บได้รับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่เหมาะสม

    หลักความรับผิดชอบ(Accountability):บริษัทจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อให้สามารถแสดงได้ว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการต่าง ๆข้างต้น

     

    ฐานทางกฎหมายตามมาตรา24ในการเก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้

    1.     ฐานความยินยอมโดยต้องได้รับความยินยอมจากท่านก่อน

    2. ฐานจดหมายเหตุ/สถิติ/วิจัยเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของท่าน

    3.    ฐานระงับอันตรายต่อชีวิตเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

    4. ฐานสัญญาเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น

    5. ฐานประโยชน์สาธารณะเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

    6. ฐานประโยชน์อันชอบธรรมเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    7.    ฐานปฏิบัติตามกฎหมายเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

     

    หากเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data) เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา26 แห่งพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ..2562 ซึ่งต้องได้รับความยินยอมเว้นแต่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย

  • 1.คำนิยาม

    บุคคล หมายถึง บุคคลธรรมดา

    "ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่ได้รับจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง(เช่นแพลตฟอร์มลงทะเบียนของบริษัท) หรือได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น  (เช่นกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศ บริษัทข้อมูลเครดิต กรมบังคับคดี สถาบันการเงินที่ปรึกษาทางวิชาชีพ สื่อสังคม แพลตฟอร์มออนไลน์ของบุคคลภายนอกหรือแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่น ๆ) หรือผ่านบริษัทในเครือผู้ให้บริการ พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงานทางการ หรือบุคคลภายนอก

           "ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน" (Sensitive Data) หมายถึงข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้ของบุคคล แต่มีความละเอียดอ่อนและอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

           เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) หมายถึงตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแต่ไม่ใช่กรณีที่บุคคลมีความเป็นเจ้าของข้อมูล (Ownership) หรือเป็นผู้สร้างหรือเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นเองโดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะหมายถึงบุคคลธรรมดาเท่านั้น และไม่รวมถึง นิติบุคคล” (Juridical Person) ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเช่น บริษัท สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรอื่นใด

           ทั้งนี้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ บุคคลดังต่อไปนี้

           1. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะหมายถึง

                  1.1 บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือ

                  1.2 ผู้ที่สมรสตั้งแต่อายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป หรือ

                  1.3 ผู้ที่สมรสก่อนอายุ 17 ปี โดยศาลอนุญาตให้ทำการสมรสหรือ

                 1.4 ผู้เยาว์ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรมให้ความยินยอมในการประกอบธุรกิจทางการค้าหรือธุรกิจอื่นหรือในการทำสัญญาเป็นลูกจ้างในสัญญาจ้างแรงงานในความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจหรือการจ้างแรงงานข้างต้นให้ผู้เยาว์มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว

           ทั้งนี้ในการให้ความยินยอมใด ๆเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะสามารถให้ความยินยอมได้ด้วยตนเอง

           2. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นผู้เยาว์หมายถึง บุคคลที่อายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์และไม่ใช่ผู้บรรลุนิติภาวะตามข้อ 1 ทั้งนี้ในการให้ความยินยอมใด ๆจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย

           3. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถหมายถึง บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถเนื่องจากมีกายพิการหรือมีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือประพฤติสุรุ่ยสุร่ายเสเพลเป็นอาจิณหรือติดสุรายาเมา หรือมีเหตุอื่นใดทำนองเดียวกันนั้นจนไม่สามารถจะจัดทำการงานโดยตนเองได้หรือจัดกิจการไปในทางที่อาจจะเสื่อมเสียแก่ทรัพย์สินของตนเองหรือครอบครัวทั้งนี้ในการให้ความยินยอมใด ๆ จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ความสามารถนั้นก่อน

           4. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นคนไร้ความสามารถหมายถึง บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ เนื่องจากเป็นบุคคลวิกลจริตทั้งนี้ ในการให้ความยินยอมใด ๆจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถนั้นก่อน

        ทั้งนี้หากการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีผลผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

         ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

           ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายความว่าบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

  • 2.ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวมรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย

    บริษัทได้จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลที่บริษัทจะแจ้งให้ทราบในลำดับถัดไปทั้งนี้ได้จำแนกประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บไว้ ดังนี้
    2.1.1ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บจากลูกค้า

    ประเภทของข้อมูลข้อมูลส่วนตัว
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผยคำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลางนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน/เลขPassport วัน เดือนปี เกิด รสนิยมทางการตลาด เพศ รายชื่อติดต่อฉุกเฉิน รายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพ สถานการณ์การได้รับวัคซีน อาชีพ สถานะประกันAIA รายละเอียดการชำระเงิน รูปถ่าย ลายมือชื่อ
    ประเภทของข้อมูลข้อมูลอ่อนไหว
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย
    1.การเก็บข้อมูลจากแบบทดสอบความพร้อมทางร่างกายได้แก่ข้อมูลปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจทั้งในอดีตและปัจจุบัน อาการการเจ็บหน้าอกหรือแน่นหน้าอก ประวัติการได้รับยารักษาเกี่ยวกับโรคหัวใจความดันโลหิต หรือยาขับปัสสาวะ ปัญหาเกี่ยวการการเจ็บป่วยของกระดูกและข้อต่อ ปัญหาเรื่องการทรงตัวและการหมดสติ โรคอื่นๆที่มีผลต่อการออกกำังกายเช่น โรคเก๊าท์

    2. การเก็บข้อมูลจากBoditrax - ค่าimpedance, Fat free mass, Muscle, Fat, Bone, BMR, อายุ, BMI, น้ำหนัก และส่วนสูง

    3. ข้อมูลสุขภาพอื่นๆ  
    4. ข้อมูลศาสนา

    ประเภทของข้อมูลข้อมูลเพื่อการติดต่อ
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล
    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยอาชีพ และชื่อบริษัท 

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลทางการเงิน
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยหมายเลขบัญชี หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลการชำระเงินหรือการชำระหนี้ ข้อมูลการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัท ประวัติการซื้อขายและยอดคงเหลือ ประวัติการชำระเงินและการทำธุรกรรม
    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลภาพและเสียงในการติดต่อกับบริษัท
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผย บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นของบริษัท
    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการใช้งาน 
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์แพลตฟอร์ม การใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ข้อมูลคุกกี้ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการของบริษัท 

    2.1.2ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บจากผู้สมัครงาน
    ประเภทของข้อมูลข้อมูลส่วนตัว
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผยคำนำหน้าชื่อ ชื่อ ชื่อกลางนามสกุล งานอดิเรก เพศ รูปถ่าย 
    ประเภทของข้อมูลข้อมูลอ่อนไหว
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย- ข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ข้อมูลศาสนา
    สถานการณ์การได้รับวัคซีน อาชีพ สถานะประกันAIA รายละเอียดการชำระเงิน รูปถ่าย ลายมือชื่อ
    ประเภทของข้อมูลข้อมูลเพื่อการติดต่อ
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 
    - ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล LineID

    ประเภทของข้อมูลข้อมูลการศึกษาและการทำงาน
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย - สถาบันการศึกษาและข้อมูลการฝึกอบรม วุฒิการศึกษา อาชีพ ชื่อบริษัท ประวัติการทำงาน

    ประเภทของข้อมูลข้อมูลภาพและเสียงในการติดต่อกับบริษัท
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 
    - บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นของบริษัท

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการใช้งาน
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 
    -ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม การใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ข้อมูลคุกกี้ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆจากการใช้งานแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการของบริษัท
    2.1.3ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บจากพนักงาน

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลส่วนตัว
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 
    - ชื่อ-นามสกุล เพศ เลขบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด หลักฐานการเปลี่ยนชื่อนามสกุล (ถ้ามี) รูปถ่าย ส่วนสูง น้ำหนัก ใบสมัคร EWTH หรือ Resume/CV แบบฟอร์มตรวจสอบเอกสารประวัติพนักงาน(Checklist) สัญญาจ้าง เอกสารสวัสดิการต่างๆ (ข้อตกลงการเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ/ ข้อตกลงการเข้าใช้Facebook / ใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / หนังสือผู้รับผลประโยชน์ประกันกลุ่ม) Job Description ตามตำแหน่ง เอกสาร Competency ต่างๆ Assessment ต่างๆ 

    ประเภทของข้อมูลข้อมูลอ่อนไหว
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย - ประวัติอาชญากรรม ศาสนา เชื้อชาติ ประวัติการฉีดวัคซีนCOVID

    ประเภทของข้อมูลข้อมูลเพื่อการติดต่อ
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 
    - ที่อยู่ปัจจุบัน ที่อยู่ปัจจุบัน และตามทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล Line ID Facebook account / Instagram account หรืออื่นๆ (ถ้ามี)

    ประเภทของข้อมูลข้อมูลการศึกษาและการทำงาน
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย - อาชีพ ชื่อบริษัท วุฒิการศึกษาและการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง สำเนาวุฒิการศึกษา สัญญาฝึกอบรมต่างๆ ผลการทดสอบความสามารถที่เกี่ยวข้องเช่น สอบภาษาอังกฤษ ใบอนุญาตขับขี่ตามลักษณะการทำงาน(เฉพาะตำแหน่งที่จำเป็น) Certificates ต่างๆ

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลทางการเงิน
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย
    - หมายเลขบัญชี รายได้และข้อมูลเกี่ยวกับภาษี สำเนา Book Bank หมายเลขบัตรเครดิต ข้อมูลการชำระเงินหรือการชำระหนี้ ข้อมูลการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของบริษัท ประวัติการซื้อขายและยอดคงเหลือ ประวัติการชำระเงินและการทำธุรกรรม

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลภาพและเสียงในการติดต่อกับบริษัท
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 
    - บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) บันทึกการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นของบริษัท

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการใช้งาน 
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 
    - ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์มการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ข้อมูลคุกกี้ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการของบริษัท

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลบุคคลที่สาม 
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 

    1.ข้อมูลติดต่อกรณีฉุกเฉิน: ชื่อ สกุล หมายเลขโทรศัพท์ 

    2.ข้อมูลบุคคลอ้างอิง:- ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ตำแหน่งงาน สถานที่ทำงาน

    3.ข้อมูลบุคคลค้ำประกัน: ชื่อ-นามสกุล รูปถ่าย หมายเลขโทรศัพท์ ตำแหน่งงาน หลักฐานรายได้ ประกอบการค้ำประกัน สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาบัตรข้าราชการ

    2.1.4 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บจากคู่ค้า

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลส่วนตัว
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 

    1.ข้อมูลในสำเนาบัตรประชาชนได้แก่

    - ชื่อ นามสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ วัน เดือน ปี เกิด รูปภาพ ส่วนสูง

    2.ข้อมูลในสำเนาทะเบียนบ้านได้แก่ ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน สัญชาติ

    3.ข้อมูลอื่นๆ ได้แก่ ลายเซ็น ตำแหน่งงาน

    ประเภทของข้อมูลข้อมูลอ่อนไหว
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย ศาสนา

    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลภาพและเสียงในการติดต่อกับบริษัท
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) 
    ประเภทของข้อมูล ข้อมูลการใช้งาน 
    ตัวอย่างข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือ เปิดเผย 
    ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์มการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ข้อมูลคุกกี้ ข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานแพลตฟอร์มและระบบปฏิบัติการของบริษัท


    2.2 ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data) หมายถึงข้อมูลที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้ของบุคคล แต่มีความละเอียดอ่อนและอาจสุ่มเสี่ยงในการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเช่น เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

           บริษัทไม่มีนโยบายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน(Sensitive Data) จากท่าน อย่างไรก็ดีหากมีกรณีที่บริษัทจำเป็นจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวบริษัทจะขอความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้งก่อนการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหรือเว้นแต่มีเหตุตามกฎหมายให้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม

    ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นปัจจุบันแก่บริษัทอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลที่อาจไม่สามารถทำธุรกรรมกับบริษัทหรืออาจไม่ได้รับความสะดวกหรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามสัญญาที่มีอยู่กับบริษัทและอาจทำให้เจ้าของข้อมูลได้รับความเสียหายหรือเสียโอกาส และอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายใดๆ ที่เจ้าของข้อมูลหรือบริษัทต้องปฏิบัติตาม    
    2.3 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์คนที่ไร้ความสามารถ หรือคนไร้ความสามารถ

    บริษัทไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถเว้นแต่บริษัทจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล ผู้พิทักษ์หรือการใดๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) และ / หรือดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ๆหากบริษัททราบว่าบริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาลผู้พิทักษ์ หรือผู้เยาว์ที่อาจให้ความยินยอมโดยลำพังได้ตามกฎหมาย (แล้วแต่กรณี) และไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
    2.4 ข้อมูลของบุคคลที่สาม

    หากท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามแก่บริษัทผู้ติดต่อฉุกเฉิน บุคคลที่อ้างอิง และผู้อ้างอิง) เช่นชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ รายได้ของบุคคลในครอบครัวและข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลเพื่อการติดต่ออื่นเพื่อติดต่อในกรณีฉุกเฉิน กรอกใบสมัครหรือทำธุรกรรมของท่านกับบริษัทท่านรับรองว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎหมายกรุณาแจ้งบุคคลเหล่านั้นให้ทราบถึงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น

  • 3. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

    บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านทางช่องทางต่างๆดังนี้

    3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง

    โดยทั่วไปแล้วบริษัท จะทำการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านโดยตรงซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากการที่ท่านได้ทำการติดต่อสื่อสารกับบริษัท เพื่อสอบถามข้อมูลให้ความเห็น คำติชม หรือ ส่งข้อร้องเรียน ผ่านทางเว็บไซต์, แอพพลิเคชั่น, โทรศัพท์, อีเมลหรือเพื่อสั่งซื้อสินค้าหรือว่าจ้างหรือใช้บริการจากบริษัทและเข้าทำสัญญากับบริษัท, การเสนอขายสินค้าหรือรับจ้างหรือให้บริการแก่บริษัทและเข้าทำสัญญา, การเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดหรือกิจกรรมอื่นๆเป็นต้น

    3.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่านโดยอัตโนมัติ

    บริษัทอาจเก็บรวมรวมข้อมูลทางเทคนิคบางอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์กิจกรรมและรูปแบบการเข้าชม ข้อมูลประวัติการใช้งานเว็บไซต์ (Browsing) ของท่านโดยอัตโนมัติ

    3.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากบุคคลภายนอก

    บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราวอาทิ จากแหล่งข้อมูลสาธารณะ แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของท่าน หรือแหล่งข้อมูลทางการค้าไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเองหรือได้ให้ความยินยอมแก่ผู้ใดในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังกล่าว, ผู้ให้บริการต่างๆ ของบริษัท, หน่วยงานของรัฐ

  • 4. วัตถุประสงค์ที่บริษัทอาจดำเนินการโดยอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทอาจเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล  เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

          4.1วัตถุประสงค์ที่บริษัทจำเป็นต้องได้รับความยินยอม

          บริษัทอาศัยความยินยอมของเจ้าของข้อมูลเพื่อ

           ()การติดต่อสื่อสารทางการตลาดการเสนอข้อเสนอพิเศษ เอกสารส่งเสริมการขายที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการซึ่งบริษัทไม่สามารถอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่น

               (การเก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือการเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนของเจ้าของข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

                  (1)ข้อมูลที่ละเอียดอ่อนซึ่งแสดงอยู่ในเอกสารประจำตัว(เช่น เชื้อชาติ กรุ๊ปเลือด หรือศาสนา)เพื่อการใช้เอกสารประจำตัวในการยืนยันและพิสูจน์ตัวบุคคล

                  (2)ข้อมูลสุขภาพซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารทางการแพทย์ และเอกสารการ ตรวจสอบร่างกายและเอกสารอื่นของบริษัทเพื่อตรวจสอบสภาวะสุขภาพและการยืนยันตัวตน

             ()การโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปยังประเทศที่อาจจะไม่มีระดับการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม

    4.2  วัตถุประสงค์ที่บริษัทอาจดำเนินการโดยอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่นๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

    บริษัทอาจอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้เพื่อเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกล่าวคือ

                  (1) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาสำหรับการเข้าทำสัญญาหรือการปฏิบัติตามสัญญากับเจ้าของข้อมูล

                  (2) เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย 

                  (3) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและของบุคคลภายนอกเพื่อให้สมดุลกับประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล

                  (4) เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลและ

                  (5) ประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐโดยบริษัทจะอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายใน (1) ถึง (5) ข้างต้น เพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

                (1)         การติดต่อกับเจ้าของข้อมูลก่อนเข้าทำสัญญากับบริษัทหรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูล

                (2)         การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ การเสนอข้อมูลทางการตลาดกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือการตลาด รวมถึงการส่งเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ

                (3)         การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของข้อมูลกับบริษัทและการบริหารจัดการบัญชีที่เจ้าของข้อมูลมีอยู่กับบริษัท

                (4)         การแก้ไขเรื่องร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลการจัดการหรือการสอบสวนเรื่องร้องเรียน ข้อเรียกร้อง หรือข้อพิพาทใด ๆที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ

                (5)         การป้องกัน ตรวจจับ และสอบสวนการฉ้อโกง การประพฤติมิชอบหรือกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะได้รับการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลหรือไม่และการวิเคราะห์และบริหารความเสี่ยง

                (6)         การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ กฎเกณฑ์ แนวทาง คำสั่ง คำแนะนำ และการร้องขอจากหน่วยงานของรัฐหน่วยงานภาษีอากร หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานอื่น ๆหรือหน่วยงานกำกับดูแล(ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ)เช่น กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคมกรมสวัสดิการและ กรมบังคับคดี กระทรวงพาณิชย์ กฎหมายอันเกี่ยวกับการสาธารณสุขเป็นต้น

                (7)         การติดต่อ การแจ้ง การแจ้งเตือนให้ชำระหนี้การใช้สิทธิเรียกร้องหรือบังคับสิทธิตามกฎหมายหรือตามสัญญา การโอนสิทธิและ/หรือหน้าที่ การติดตามทวงถามหนี้การตรวจสอบทางการเงินโดยผู้สอบบัญชี หรือการรับบริการจากที่ปรึกษากฎหมาย

                (8)         การปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของบริษัทภายใต้สัญญาใด ๆ ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาเช่น สัญญากับผู้ให้บริการต่างๆ บุคคลหรือนิติบุคคลใดๆ หรือภายใต้สัญญาที่บริษัททำหน้าที่เป็นตัวแทนและ/หรือนายหน้า เป็นต้น

               (9)         การบันทึกเสียง หรือบันทึกภาพและ/หรือเสียงบันทึกภาพลงบนCCTVเพื่อการตรวจสอบการที่เจ้าของข้อมูลทำธุรกรรมกับบริษัทการนำไปใช้ในการปรับปรุงหรือพัฒนาบริการของบริษัทการจัดการข้อร้องเรียนของเจ้าของข้อมูล หรือการรักษาความปลอดภัยของบริษัท

          4.3 ในกรณีที่บริษัทจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะและ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้นบริษัทจะจัดให้มีนโยบายหรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมและหรือมีหนังสือไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าวโดยท่านควรอ่านนโยบายหรือประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฯ ฉบับนี้และหรือหนังสือดังกล่าว(แล้วแต่กรณี)

          4.4 บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่าในกรณีที่บริษัทต้องขอเอกสารระบุตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทางประวัติการทำงาน หรือเอกสารอื่น ๆ ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Data) ได้แก่ ศาสนา สัญชาติ หรือหมู่เลือด เป็นต้น บริษัทไม่มีความประสงค์จะเก็บข้อมูลดังกล่าวจึงขอให้ท่านดำเนินการขีดฆ่า หรือ ปิดทึบ ข้อมูลส่วนนั้น ทั้งนี้หากท่านมิได้ดำเนินการตามที่แจ้ง บริษัทขอสงวนสิทธิในการดำเนินการขีดฆ่า หรือปิดทึบข้อมูลดังกล่าวเพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน

          4.5 ท่านตกลงจะไม่ส่งมอบข้อมูลใดๆที่ไม่ถูกต้องและ/หรือที่ทำให้เข้าใจผิดแก่บริษัทและท่านตกลงจะแจ้งให้บริษัททราบถึงความไม่ถูกต้องหรือการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลนั้นบริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะขอให้ส่งมอบเอกสารเพิ่มเติมอื่นใดเพื่อการยืนยันข้อมูลที่ท่านได้ให้แก่บริษัทตามที่บริษัทเห็นสมควร

  • 5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อาจมีการเปิดเผยหรือนำส่งให้กับหน่วยงานต่าง ๆภายในบริษัทและบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ดังนี้

    ประเภทผู้รับข้อมูล -ภายในบริษัท
    รายละเอียด 

    ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการเปิดเผยหรือนำส่งให้กับหน่วยงานต่าง ๆภายในบริษัทเฉพาะที่เกี่ยวข้องและมีบทบาทหน้าที่เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์เท่านั้นโดยบุคคลหรือทีมงานเหล่านี้ของบริษัทจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นและเหมาะสม

        เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่น ๆ เฉพาะที่เกี่ยวข้องโดยกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาทหน้าที่ที่รับผิดชอบ

        ผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของท่านที่มีความรับผิดชอบในการบริหารหรือตัดสินใจเกี่ยวกับท่าน หรือเมื่อต้องเกี่ยวข้องกับขั้นตอนทางด้านงานบุคคล

        ฝ่ายหรือทีมสนับสนุนต่าง ๆ เช่นฝ่าย Marketing, Corporate, Call center, Club operation, Fitness, Admin and accounting, HR, Procurement, Leasing, Property, ITเป็นต้น

    ประเภทผู้รับข้อมูล - หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด 
    รายละเอียด
    ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีการเปิดเผยหรือนำส่งให้กับองค์กรภายนอก ดังนี้ เช่น กรมสรรพากรสำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมบังคับคดี  กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงานหรือหน่วยงานอื่นใดที่อาศัยอำนาจตามกฎหมาย 

    ประเภทผู้รับข้อมูล - องค์กรหรือบุคคลภายนอก 
    รายละเอียด 
    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลของท่าน ให้กับองค์กรหรือบุคคลภายนอกที่มีการติดต่อสอบถามเพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบการทำธุรกรรมต่างๆ ของท่านและเพื่อที่จะได้ให้บริการหรือจัดหาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของท่านหรือบริษัทคู่ค้า

  • 6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

    6.1 บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศในกรณีที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญาหรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญาหรือเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือเป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

           6.2 บริษัทอาจเก็บข้อมูลของท่านบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ (Server)หรือคลาวด์ (Cloud) ที่ให้บริการโดยบุคคลอื่นและอาจใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่นในรูปแบบของการให้บริการซอฟท์แวร์สำเร็จรูปและรูปแบบของการให้บริการแพลตฟอร์มสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งนี้ บริษัทจะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้และบริษัทจะกำหนดให้บุคคลอื่นเหล่านั้นต้องมีมาตรการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม

           6.3 กรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศบริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับความคุ้มครองและท่านสามารถใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนดรวมถึงบริษัทจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้นและดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ

  • 7. การใช้งานคุกกี้ และ/หรือ เทคโนโลยีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

    บริษัทอาจเก็บรวบรวมและใช้งานคุกกี้เพื่อจัดเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ เช่น วันเวลา ลิงค์ที่กดเข้าชมหน้าที่เข้าชม เงื่อนไขการตั้งค่าต่าง ๆ โดยจะบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของท่าน เช่น โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟนผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ ในขณะที่ท่านเข้าสู่เว็บไซต์

           คุกกี้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และ/หรือ เครื่องมือสื่อสารของท่านในกรณีดังต่อไปนี้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บเพื่อใช้เพิ่มประสบการณ์การใช้งานบริการทางออนไลน์โดยจะจำเอกลักษณ์ของภาษาและปรับแต่งข้อมูลการใช้งานตามความต้องการของท่านเป็นการยืนยันคุณลักษณะเฉพาะตัว ข้อมูลความปลอดภัยของท่าน รวมถึงบริการที่ท่านสนใจนอกจากนี้คุกกี้ยังถูกใช้เพื่อวัดปริมาณการเข้าใช้งานบริการทางออนไลน์

           การปรับเปลี่ยนเนื้อหาตามการใช้งานของท่านโดยพิจารณาจากพฤติกรรมการเข้าใช้งานครั้งก่อนๆ และ ณ ปัจจุบัน และอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยท่านสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก นโยบายคุกกี้ของบริษัท  
  • 8. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

          8.1 บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนานตราบเท่าที่จำเป็นโดยคำนึงถึงความจำเป็นและวัตถุประสงค์ที่บริษัทจะต้องเก็บรวบรวม ใช้และประมวลผลซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่ใช้บังคับ

          8.2 บริษัทจะยังดำเนินการเก็บรวบรวมใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป แม้ว่าท่านจะยุติความสัมพันธ์กับบริษัทเท่าที่จำเป็นตามข้อกำหนดของกฎหมายเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายหรือทำการเก็บในรูปแบบที่ทำให้ระบุตัวบุคคลไม่ได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่นการทำข้อมูลนิรนาม” (Anonymous Data) หรือการทำข้อมูลแฝงที่ถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อีกโดยวิธีการทางเทคนิค” (Pseudonymous Data)

          8.3 บริษัทอาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานเท่าที่จำเป็นต้องเก็บเพื่อการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวแต่ละฉบับโดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามความจำเป็นตามอายุความนับแต่วันที่ท่านยุติความสัมพันธ์ หรือการติดต่อครั้งสุดท้ายกับบริษัท

          8.4 บริษัทจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลทำให้ไม่สามารถระบุชื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้เป็นการถาวรหรือโดยประการอื่นเพื่อจำกัดข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหรือเมื่อบริษัทต้องปฏิบัติตามคำขอของท่านให้บริษัททำการลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

  • 9. บริษัทคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

          บริษัทให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอันดับแรกเช่น การเข้ารหัส การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านมั่นใจว่าบุคลากรของบริษัทและบุคคลภายนอกที่ดำเนินการในนามของบริษัทได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมซึ่งรวมถึงหน้าที่ในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลและบริษัทใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการประมวลผลข้อมูล

          บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measure) เพื่อรักษาความปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบและหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยมิชอบและบริษัทได้มีการปรับปรุงนโยบายระเบียบและหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะตามความจำเป็น และเหมาะสม นอกจากนี้ผู้บริหารพนักงาน ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษาและผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทกำหนด

    บริษัทได้มีการทบทวนปรับปรุงขั้นตอนและมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทให้เป็นปัจจุบันสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ระดับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและให้การรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล ความสมบูรณ์ความพร้อมใช้งานและความคล่องตัวในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างต่อเนื่องรวมทั้งการปกป้อง การสูญหายและการเก็บรวบรวม การเข้าถึง การใช้ การดัดแปลงการแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้บริษัทจะนำมาตรการต่าง ๆ ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทมาใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทุกประเภทไม่ว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะเป็นทางอิเล็กทรอนิกส์หรือรูปแบบเอกสารก็ตาม

  • 10.สิทธิของเจ้าของข้อมูล

    10.1 ท่านมีสิทธิในการดำเนินการดังต่อไปนี้

          (1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

          หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน(ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น)ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทเว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่

          ทั้งนี้การถอนความยินยอมของท่านอาจส่งผลกระทบต่อท่านจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่าง ๆ เช่นท่านจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ ๆไม่ได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของท่านหรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่านจึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม

          (2) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

          ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้กับท่านรวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครองของบริษัททั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธคำขอของท่านหากการเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือบริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาลที่ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

          (3) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

          ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติรวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรงเว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

          ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวมใช้ และ/หรือเปิดเผยหรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัทหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทหรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

          (4) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล

          ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผลหรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้านบริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านหรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมายหรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

          นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดหรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์หรือสถิติได้อีกด้วย

          (5) สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล

          ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้วเว้นแต่เป็นกรณีที่บริษัทต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว

          (6) สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

          ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่านหรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน

          (7) สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

          ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด     

          (8) สิทธิร้องเรียน

          ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

          หากท่านมีความกังวลหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติของบริษัทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โปรดติดต่อบริษัทโดยใช้รายละเอียดการติดต่อตามข้อ12ของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบริษัทได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามระเบียบและวิธีการตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

          ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลยื่นคำร้องขอใช้สิทธิภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อบริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าวแล้ว จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอนึ่งบริษัทขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธหรือไม่ดำเนินการตามคำร้องขอดังกล่าวในกรณีที่กฎหมายกำหนด

    10.2 บริษัทมีสิทธิทั้งปวงและดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการตอบรับเพื่อดำเนินการตามคำร้องขอหรือปฏิเสธคำขอของท่าน

          การใช้สิทธิของท่านตามข้อ 10.1 อาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะการใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้นหากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

  • 11.การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

            บริษัทจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติและกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆ ผ่านช่องทางที่เหมาะสมทั้งนี้ บริษัทขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นระยะ ๆ

  • ช่องทางการติดต่อ
    หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ท่านสามารถติดต่อ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(Data Protection Officer) ได้ที่
    อีเมล: DataProtection_TH@evolutionwellness.co.th 
    โทร: 02-118-6665

    ประกาศใช้ ณ วันที่  30 พฤษภาคม พ.. 2565